ทำไมการยืมเงินส่วนตัวต้องทำเป็นหนังสือ?
ตามมาตรา 653 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ – สัญญาฉบับนี้คือหลักฐานนั้น และยิ่งในหมู่เพื่อนและครอบครัว การเขียนให้ชัดว่ายืมเท่าไร คืนเมื่อไร มีดอกเบี้ยหรือไม่ ช่วยรักษาความสัมพันธ์และคุ้มครองทั้งสองฝ่าย
คิดดอกเบี้ยเงินกู้ส่วนตัวได้ไหม?
ได้ แต่กฎหมายกำหนดเพดานไว้ที่ร้อยละ 15 ต่อปี (มาตรา 654 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) หากตกลงดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ข้อตกลงดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะทั้งหมด และการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรายังมีโทษอาญาด้วย เงินกู้ส่วนตัวจำนวนมากจึงตั้งใจทำแบบไม่มีดอกเบี้ย – แบบฟอร์มนี้มีช่องติ๊กให้
สัญญากู้ยืมเงินต้องปิดอากรแสตมป์ไหม?
สัญญายังคงสมบูรณ์แม้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ – อากรแสตมป์ไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญา แต่เป็นภาษีตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ซึ่งมีผลต่อการใช้เอกสารเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง: ตราสารที่อยู่ในบัญชี เช่น สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ สัญญากู้ยืมเงิน หรือหนังสือมอบอำนาจ ต้องปิดอากรให้ครบถ้วนจึงจะอ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาลได้ การปิดอากรภายหลังทำได้แต่บางกรณีต้องเสียเงินเพิ่ม หากไม่แน่ใจ สอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ได้ สำหรับสัญญากู้ยืมเงิน อัตราอากรคือ 1 บาทต่อทุก 2,000 บาทของวงเงิน สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
สัญญาที่ลงลายมือชื่อดิจิทัลใช้ได้ไหม?
การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลไม่ต้องทำตามแบบพิเศษ เพียงต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้เมื่อเกิน 2,000 บาท พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รับรองให้ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนหนังสือได้ (มาตรา 8) และรับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 9) Tamgara สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วไป (ไม่ได้รับการรับรอง) หากต้องการ ทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อผ่านลิงก์ได้